8 สาเหตุที่มนุษยชาติยังยิงถล่มกันไม่เลิก 8 causes of wars on the earth

Home / Easy English / 8 สาเหตุที่มนุษยชาติยังยิงถล่มกันไม่เลิก 8 causes of wars on the earth

On the earth เท่านั้นนะ เรายังไม่อยากมี Star Wars ของจริงเพราะถ้ามีจริงเทคโนโลยีของเราจะปกป้องประเทศเล็กๆ รูปทรงคล้ายด้ามขวานนี้ได้หรือเปล่า เมื่อก่อนตอนเราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ประมาณไทยรบกับคนนั้นคนนี้อยู่พัลวัน แต่ของไทยเราไม่เคยมีบันทึกถึงเจตนารมณ์ในการช่วงชิงดินแดน แต่กระทำเพื่อให้เกิดความสงบสุข เราจึงเห็นว่า สงครามในสมัยโบราณในมุมมองของสยามประเทศนี้ทำไปเพื่อธำรงไว้ซึ่งความสันติสุขแม้ว่าต้องไม่สันติสุขไปอีกหลายปีก่อนหน้านั้นก็ตาม

เรายังจำได้ว่า ตอนเด็กๆ นั่งคิด (เป็นเด็กแบบนั้น) ถึงสาเหตุของการเกิด แก่ เจ็บ ตายหลังจากได้เรียนวิชาเกี่ยวกับศาสนา พอมาเรียนวิชาประวัติศาสตร์ก็ตั้งคำถามต่อคุณครูว่า ทำไมบุเรงนองต้องพยายามเข้าโจมตีกรุงศรีอยุธยา ทำไมกษัตริย์องค์โน้นองค์นี้ต้องพยายามไปตีดินแดนที่แตกต่าง อย่างอเล็กซานเดอร์เดอะ เกรทก็ยิ่งใหญ่มากแล้วในจักรวรรดิโรมัน แหม ยังรุกเข้ามาถึงชมภูทวีป แต่ดันมาเจอกองทัพช้างของพระเจ้าอโศกมหาราช จบกัน เข้ามาเอเชียไม่สำเร็จ เราจึงไปอ่านเรื่องของสาเหตุแห่งสงครามในโลกนี้ซึ่งพอจะสรุปได้ 8 ข้อที่ Paul Goodman นักเขียนอิสระเขียนไว้ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเข้าไปเพื่อ take หาผลประโยชน์ทั้งสิ้น หรือปกป้องผลประโยชน์ทั้งสิ้น

1. Territorial Gain เทอริทอเรียล เกน – เพื่อดินแดน
เพื่อมีอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น 
สาเหตุนี้มีมาตั้งแต่อดีตที่บางรัฐขยายดินแดนออกเพื่อทรัพยากร รวมทั้งทรัพยากรมนุษย์ด้วย เราเห็นได้จากการกวาดต้อนผู้คนหลังจากตีเมืองหนึ่งได้ และการที่พยายามช่วงชิงดินแดนนี้เอง ก็โจมตีกัน เกลียดกันเหมือน ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศยุคปัจจุบันเช่น สงครามอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ความตึงเครียดระหว่างโอปป๋าเกาหลีใต้กับโอปป๋าคิมจองอึน

Getty Images

2. Economic Gain อิ-คอ-นอ-หมิค เกน – สู้แล้วรวย
บางครั้งสงครามที่สู้แล้วรวยก็อาจจะไม่ซับซ้อนมาก แบบว่า เนี่ยแกมีน้ำมันเยอะ อย่ากระนั้นเลย ฉันจะแย่งชิง โดยใช้ข้ออ้างโน่นนี่ที่บางครั้งฟังไม่ขึ้น เช่น เห็นไหมตามแผนที่นี้ (แผนที่ที่ตัวเองทำขึ้นมาใหม่) บริเวณเขานี้อยู่ในเขตของเรา ก็รบสิคะ รออะไร หรือแม้แต่พวกมาคอยยุแยงเพื่อให้ทะเลาะกันเอง แล้วมาซื้ออาวุธเรานะ แบบนี้ไม่ต้องสู้เองก็รวย

3. Nationalism แน-ชะ-แนล-ลิ-ซึม ชาตินิยม คลั่งเชื้อชาติ
อันนี้เป็นสาเหตุมาจากคนอย่างทรัมป์เอ้ย ไม่ใช่ อย่างน้อยก็ยังไม่มี แต่คงอีกไม่นาน ด้วยวิธีคิดแบบคนผิวขาวดีที่สุด เหมือนเมื่อครั้งที่ฮิตเลอร์บอกว่า ยิวจะต้องถูกทำลายล้าง คนที่เลิศสุดๆ คือ เจอรฺ มัน ก็เป็นชนวนของการไปชักชวนหาพวกพ้อง เกิดการแบ่งฝักฝ่ายในโลกซึ่งก็ดูเหมือนมีนิสัยแบบอยากได้อยากมีกันอยู่แล้ว เอาก็เอา ส่งลูกคนอื่นไปตายวุ้ย ไม่ใช่ลูกตัวเอง สงครามโลกทั้ง 2 ครั้งจึงบังเกิด

4. Religion รี-ลิ-เจียน เพราะศาสนา/ความเชื่อที่แตกต่างกัน
ความเชื่อที่ถูกบิดเบือนถูกนำมาใช้เป็นชนวนของการต่อสู้ (ฟังดูเหมือนอะไรแถวๆ ปทุมธานี) คำสอนของศาสนาแต่ละศาสนามีแต่ให้รักกัน เมตตาต่อกัน สละออกไม่เห็นแก่ตัว แต่ความที่สติปัญญามีน้อยจึงถูกปั่นหัวหลอกใช้ให้ต่อสู้เพื่ออะไรก็ไม่รู้

5. Civil War ซี-วิลวอรฺ สงครามกลางเมือง
สงครามกลางเมืองที่เป็นที่รู้จักมากครั้งหนึ่งก็คือ สงครามกลางเมืองในอเมริกาซึ่งมีรากมาจากสังคมที่มีทาส รวมตัวกันอยากแยกตัวออกไป แบบว่าไม่ชอบพวกรัฐที่ไม่มีทาส ดังที่เราพอเห็นภาพจากภาพยนตร์หลายเรื่องรวมทั้ง ลินคอล์น แวมไพร์สเลเยอร์ ต่อสู้กับกองทัพแวมไพร์หลังได้รับการเลือกตั้ง ในปัจจุบันก็มีสงครามกลางเมืองในลิเบียที่ต่อต้านนายกัดดาฟี หรือในซีเรียซึ่งประชาชนแตกแยกกันจนกระทั่งมีรัฐบาลต่างชาติชาติหนึ่งเข้าแทรกแซงอย่างเป็นทางการ

Getty Images

6. Revolutionary War เร็ฟ โว ลุ ชัน นา ริ วอรฺ – สงครามเพื่อปฏิรูป หรือ ปฏิวัติ
เมื่อมีการแตกแยกทางความคิดก็เกิดกลุ่มต่างๆ ซึ่งคิดล้มล้างอำนาจการปกครอง ถ้าสำเร็จก็จัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ถ้าไม่สำเร็จก็เป็นกบฏ และสงครามเพื่อการปฏิวัตินี้เองก็ปฏิเสธการเกิดสงครามกลางเมืองเสียมิได้

7. Defensive/Preemptive War ดี-เฟน-สีฟวอรฺ หรือ พรี-เอ็ม-ถีฟวอรฺ  สงครามเพื่อป้องกันตนเอง บางครั้งสงครามก็เกิดจากการที่ต้องการเพียงป้องกันตนเองก่อนจะโดนคนอื่นโจมตีนั่นเอง เช่น เรือดำน้ำไม่ปรากฏสัญชาติแอบเข้ามาในน่านน้ำเรา ยิงก่อนแล้วค่อยถาม อย่างนี้ก็เกิดสงคราม หรือบางครั้งก็รวมไปถึงพวกพยายามป่าวประกาศว่าฉันมีนิวเคลียร์ๆ อีกประเทศที่พารานอยก็ทำท่าฮึ่มๆ ใส่ สุดท้ายก็มีสงคราม

8. Revenge รี-เวนจฺ  ล้างแค้น แก้เผ็ด ไม่ยอมเสียหน้า สงครามที่เกิดขึ้นจากการแก้แค้น ลงโทษอีกประเทศที่มาทำอย่างนั้นอย่างนี้กับรัฐของตนก็มี สงครามไม่เคยให้ผลดีต่อใครเลย จริมจริม

Getty Images
Getty Images

Like us on Facebook!